แบตเตอรี่ลิเธียมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ไม่ใช่สินค้าทั่วไป การนำเข้าไม่ใช่เพียงแค่สั่งซื้อและขนส่งเข้าประเทศไทย แต่ยังต้องดำเนินการตามกฎหมายและข้อกำหนดของหลายหน่วยงาน เพื่อให้สามารถนำเข้าและใช้งานได้อย่างถูกต้อง
1. เอกสารจากผู้ผลิตต้องครบถ้วน
ก่อนเริ่มนำเข้า ควรตรวจสอบว่าโรงงานผู้ผลิตสามารถจัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นได้ เช่น
- UN38.3 Test Report
- MSDS (Material Safety Data Sheet)
- Product Datasheet
- Packing List และ Commercial Invoice
- Certificate หรือรายงานการทดสอบอื่น ๆ ตามที่หน่วยงานกำหนด
หากเอกสารไม่ครบ อาจทำให้ไม่สามารถดำเนินการนำเข้าได้ หรือเกิดความล่าช้าในการตรวจปล่อยสินค้า
2. ต้องดำเนินการผ่านระบบ NSW และมาตรฐาน มอก. (TISI)
แบตเตอรี่และอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายประเภทต้องยื่นขออนุญาตผ่าน ระบบ National Single Window (NSW) และดำเนินการกับ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ. / TISI) ตามประเภทของสินค้า
หากไม่ได้รับการอนุมัติ หรือยื่นเอกสารไม่ถูกต้อง สินค้าอาจไม่สามารถผ่านพิธีการศุลกากรได้
3. อาจต้องดำเนินการกับกรมสรรพสามิต
ในกรณีที่เป็นแบตเตอรี่หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า หรือใช้ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ อาจมีข้อกำหนดด้านภาษีหรือการขึ้นทะเบียนกับ กรมสรรพสามิต ตามประเภทสินค้าและวัตถุประสงค์การใช้งาน
การตรวจสอบรายละเอียดก่อนนำเข้าจะช่วยลดปัญหาและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง
4. การขนส่งต้องเป็นไปตามข้อกำหนดสินค้าอันตราย
แบตเตอรี่ลิเธียมจัดอยู่ในกลุ่ม Dangerous Goods (DG) การขนส่งทางเรือหรือทางอากาศจึงต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล เช่น IMDG Code และ IATA Dangerous Goods Regulations รวมถึงการบรรจุหีบห่อและการติดฉลากที่ถูกต้อง
ให้ ACT Logistics ช่วยดูแลการนำเข้า
ACT Logistics ให้บริการด้านการนำเข้าและโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอุตสาหกรรม รวมถึงแบตเตอรี่ลิเธียม เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
ทีมงานพร้อมช่วยตรวจสอบเอกสาร ประสานงานกับโรงงานผู้ผลิต วางแผนการขนส่ง และดำเนินพิธีการนำเข้า เพื่อให้สินค้าสามารถเดินทางถึงประเทศไทยได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
สนใจนำเข้าแบตเตอรี่หรืออุปกรณ์ EV?
ACT Logistics (Thailand) Co., Ltd.
📞 081-641-6999


No comment